History

Ban Mae Kampong around 100 years. Most population emigrated from Doi Saket. They are comes to gardening, complementing a career. And settled near the creek. In the last, a kind of flower. The flower, yellow and red Based on a river, creek called Kampong flowers. So, the name of the village It was called by the names of flowers add river is home Mae kampong. “Maekampong" is a small village in Chiang Mai Province, village homestays, which offers a warm welcome, including cold weather all year round. Besides the charm of the people in the village, and then. Around the village there are also tourist attractions.

Ban Mae Kampong in 2000 as the village ecotourism. By development of base on tourism and the local research process in 2002. During the year 2001-2002 Cooperative Promotion Department. Ministry of Agriculture and Cooperatives Ecotourism has driven home Mae Kampong into 1 district 1 product (OTOP), Support for the preparation of documents Tour and The tourism authority of Thailand  incoming recommendations and publicity. Make the ban Mae Kampong is the interest of tourists either Thai tourists and Foreign tourists. The success of tourism development to be assessed the standard format of homestay tourism in Thailand.Since the year 2000 at Mae Kampong the village turned to open an eco-tourist village. Homestay and services.

Mae Kampong village is “Attractions" has evolved from the use tourism as a tool for bringing communities. To the development. Now, Mae Kampong village the format still managed to tourism by community is the main mechanism in the Administration tourist village.

บ้านแม่กำปอง ก่อตั้งประมาณ 100 กว่าปี ประชากรส่วนใหญ่อพยพมาจาก อ.ดอยสะเก็ด เพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพ และตั้งบ้านเรือนบริเวณใกล้ๆ แม่น้ำลำห้วย ในสมัยก่อนมีดอกไม้ชนิดหนึ่งลักษณะดอกสีเหลืองแดง ขึ้นอยู่ตามริมแม่น้ำลำห้วย เรียกว่า ดอกกำปอง ดังนั้นชื่อของหมู่บ้านจึงได้เรียกตามชื่อของดอกไม้รวมกับแม่น้ำ เป็น บ้านแม่กำปอง“บ้านแม่กำปอง” เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ ซึ่งมีการต้อนรับที่อบอุ่น รวมถึงอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี นอกจากเสน่ห์ของคนในหมู่บ้านแล้ว รอบๆ หมู่บ้านยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

 

บ้านแม่กำปองตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 ได้เปิดหมู่บ้านเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และได้พัฒนาการท่องเที่ยวโดยฐานคิดและกระบวนการวิจัยท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2545 และในระหว่างปี พ.ศ.2544-2545 กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านแม่กำปอง เข้าสู่โครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนงบประมาณในการจัดทำเอกสารแนะนำการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้ามาแนะนำและประชาสัมพันธ์ทำให้บ้านแม่กำปองเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ  อีกทั้งได้รับความสำเร็จจากการพัฒนาการท่องเที่ยวให้ได้รับการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวรูปแบบโฮมสเตย์ไทย นับตั้งแต่ปี 2543 ที่บ้านแม่กำปองหันมาเปิดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และให้บริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์

บ้านแม่กำปองเป็น “แหล่งท่องเที่ยว” ซึ่งเป็นการวิวัฒนาการจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือนำพาชุมชน ไปสู่การพัฒนา ปัจจุบันบ้านแม่กำปอง ยังคงรูปแบบการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยใช้คณะกรรมการชุมชน เป็นกลไกหลักในการบริหารการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน

Sample Text

บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร

  • ทิศเหนือ ติดกับบ้านแม่ลาย หมู่ที่ 2 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • ทิศใต้ ติดกับบ้านแม่รวม หมู่ที่ 1 ต.ออนเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
  • ทิศตะวันออก ติดกับเขตอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
  • ทิศตะวันตก ติดกับบ้านธารทอง หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง คือ 1,300 เมตร สภาพพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ และความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพรรณธรรมชาติ ลักษณะการตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้ชิดกันตามเนินเขา ติดกับลำห้วย เป็นหย่อมบ้าน หรือเรียกกันว่าปาง ซึ่งบ้านแม่กำปองแบ่งหย่อมบ้านเป็น 3 ปาง ได้แก่ ปางใน ปางกลาง และ ปางนอก